ประเพณีแห่ช้างบวชนาค สุโขทัย

Font size: Decrease font Enlarge font

งานประเพณีบวชช้างหาดเสี้ยว เป็นประเพณีของชาวบ้านไทยพวนหาดเสี้ยว ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวางของเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว และยังคงมีการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีมากกว่า 150 ปี ชาวหาดเสี้ยวมีความเชื่อเกี่ยวกับพุทธศาสนา คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่มุ่งให้ผู้บวชถือปฏิบัติตนเพื่อไปสู่โลกอุดร หรือโลกุตรธรรม คือ ธรรมอันพ้นจากวิสัยของโลก ได้แก่ พระนิพพาน จึงมีประเพณีบวชช้างแห่นาคหาดเสี้ยวขึ้น การแห่นาคด้วยช้างนั้น เพราะมีความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดรเมื่อครั้งพระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรขอให้พระเวสสันดรกลับมาเป็นกษัตริย์ตามเดิม พระองค์จึงจัดขบวนช้าง ม้า รถประดับ แห่ขับด้วยมโหรีและการละเล่นต่างๆ ไปรับพระเวสสันดรเข้าเมือง พระเวสสันดรทรงช้างปัจจัยนาเคนทร์ช้างคู่บารมี ซึ่งช้างปัจจัยนาเคนทร์ยังผูกพันธ์กับความเชื่อในเรื่องของการบันดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ดังนั้น การแห่นาคด้วยขบวนช้าง จึงถือว่าได้บุญกุศลอย่างสูงสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย

ประเพณีบวชช้างของชาวไทยพวน ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จัดขึ้นทุกวันที่ 7-8 เมษายนของทุกปี มาตั้งแต่ พ.ศ.2524

ก่อนหน้านั้นมีขึ้นทุกวันแรม 3 ค่ำ เดือน 4 และบวชในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 4 ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า เมื่องานมีขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน เด็กๆและคนทำงานต่างถิ่นก็จะกลับมาร่วมงานบวชได้

วันที่ 7 เมษายน ช่วงเช้าเจ้าภาพจะโกนผม โกนคิ้ว อาบน้ำนาค ภาษาไทยพวน เรียกว่า “แถ” จากนั้นแต่งตัวนาค โดยสวมชฎา หรือเทริด ที่เรียกว่า กระโจม อันเป็นเครื่องทรงของพระอินทร์ และเป็นสัญลักษณ์แทนหงอนศีรษะนาค มีกระจกติดสองข้างหู สิ่งนี้มีไว้เพื่อสำรวจตัวเองและระลึกถึงความหลัง

การแต่งกายของนาคประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม สวมเสื้อกำมะหยี่ หรือเครื่องนุ่งห่มที่แพรวพราว สวมเครื่องประดับต่างๆ เช่น เข็มขัดนาก เพชร พลอย อันมีความหมายถึงความหลงใหลในความงามของทรัพย์ภายนอก และพร้อมไปแสวงหาทรัพย์ภายใน ทั้งยังแต่งหน้าทาปากทาแก้ม ให้เหมือนกับสาวๆ แรกรุ่น เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนให้รู้ว่าสังขารภายนอก สีสวยงามนั้นเป็นกิเลสไม่คงทนถาวร

นาคจะประนมมือด้วยแผ่น หรือแป้นวงกลมสำหรับประนมมือ เรียกว่า สักกัจจัง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 นิ้ว ด้ามเป็นพญานาค อันมีความหมายแปลว่า ด้วยความเคารพ หรือเครื่องหมายแห่งความเคารพ ถือเครื่องประดับและเครื่องบูชาต่างๆ เช่น ดอกไม้ ธูป เทียน เรียกว่า ขันธ์ 5 ส่วนร่มที่ใช้กางเป็นร่มใหญ่(สัปทน) มีหลายสี เรียกว่า จ้อง หรือคันยู

ที่สำคัญนาคต้องสวมแว่นตาดำ ถือเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกถึงการที่ยังคงเป็นผู้มืดมิด เพราะยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยไตรสิกขา

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ ขบวนแห่ ปัจจุบันมีมากกว่าปี่แต้ หรือปี่ชวา และกลองรำมะนา โดยเพิ่มแตรวงอึกทึกครึกโครมตลอดการแห่นาคไปด้วย

ระหว่างที่นาคกำลังแต่งตัว ช้างที่นำมาร่วมงานต้องแต่งตัวเช่นเดียวกัน โดยนำผ้าคลุมหัวช้าง และนำผ้าห่ม ผ้าขิด ซ้อนกันอีกชั้น เสร็จแล้วนำฝ้ายขาว ฝ้ายแดงมารัดหัวช้าง หากเป็นช้างพังไม่ต้องรัด แต่ถ้าเป็นช้างงาจะนำผ้าขาวม้าลายแดงมามัดที่งาทั้ง 2 ข้าง เพื่อความสวยงาม แล้วเขียนชื่อนาค คำขวัญ คติ คำคม รวมถึงคำหยอกล้อนาคหรือเจ้าภาพลงบนตัวช้าง

ก่อนนาคขึ้นช้าง ต้องทำขันธ์ 5 ขอขมาช้าง โดยวางไว้หน้าขาช้าง ผู้ที่ขึ้นคอช้างเป็นคนแรกคือ นาค ตามด้วยควาญช้าง ผู้สะพายบาตร ผู้แบกผ้าไตร จากนั้นแห่นาคไปวัด เมื่อถึงวัดจะนำนาคลงจากหลังช้าง ถือขันธ์ 5 ไปสักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิ เสร็จแล้วก็กลับขึ้นบนคอช้าง เมื่อรูปขบวนเรียบร้อยเสร็จสรรพ ขบวนแห่นาคจะออกเดินทางจากวัดหาดเสี้ยวผ่านตลาด หมู่บ้าน และออกไปวนรอบทุ่งนา รอบหมู่บ้าน ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อให้นาคและผู้ร่วมขบวนได้พักผ่อน ก่อนเตรียมเข้าพิธีทำขวัญนาคในตอนเย็น หรือตอนค่ำ

ปัจจุบันงานบวชช้างหาดเสี้ยว จะทำขวัญนาคเป็นพิธีใหญ่รวมกันในตอนบ่าย หลังจากขบวนแห่นาคมาครบ รุ่งเช้าอีกวันเป็นพิธีบวช เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ 5 สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้ง ก่อนเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ 3 รอบ ล้างเท้าและมีคนให้นาคขี่หลังส่งขึ้นโบสถ์ วันทาเสมาโบสถ์ เสร็จแล้วเข้าสู่พิธีบรรพชาบวชเป็นจั่วอ้าย หรือสามเณร และอุปสมบทเป็นเจ้าหัว หรือพระภิกษุ เป็นอันเสร็จพิธี

ประเพณีเก่าแก่หลายศตวรรษเช่นนี้ ยังคงมีไว้เพื่อสืบสานวัฒนธรรมเก่าแก่ตามความเชื่อที่สั่งสมมาแต่อดีต และยังคงหยั่งรากลึกฝั่งแน่นให้กลุ่มอนุชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติต่อไป

Buddhist Elephant Ordination Celebration at Had Siao Temple,Si Satchanalai, Sukhothai, Thailand

During this spectacular celebration in Sukhothai, young Buddhist ordination candidates dressed in eleborate costumes ride on the back of beautifully-decorated elephants to the Hat Siao Temple for a religious ceremony.

The tradition of setting Buddhist novices atop elephants in a procession around the village comes from the legend of Vessandorn (an incarnation of Buddha) in the Buddhist sutras. On the day Phra Nang Phutsadi gave birth to Vessandorn, Patchainakhen, the auspicious elephant, came into Chetudon, ensuring rain during the rainy season.

This legend sits well in the village of Hat Siao, where elephants are raised to be hired out to haul logs in Phrae and Lampang. They only get to rest from work in April, coinciding with the ordination festivities, and are enlisted in the merit-making ordination procession. When the procession ends at Wat Hat Siao, Pho Thao (old man) helps the novices from their mounts and leads them to worship at the spirit shrine on temple grounds.

 
Add to: Add to your del.icio.us del.icio.us |

4 Comments

admin on พฤษภาคม 20th, 2010, 06:34

จัดทุกวันที่ 7 เมษายน ของทุกปี อยากให้มาเที่ยวกันเยอะๆ

accessories wholesale on กรกฎาคม 5th, 2010, 16:15

คุณรู้ว่าทำไมฉันอยู่เสมอในสไตล์แฟชั่น? ทำให้ฉันมักจะสวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจและฉันรักเขามาก! ช้อปปิ้งออนไลน์ขณะนี้ได้ทำให้มันง่ายมากกว่าที่เคยได้รับอุปกรณ์ที่ชื่นชอบ ฉันต้องคลิกปุ่มเดียวหลายถูก แต่อุปกรณ์คุณภาพสูงจะถูกส่งไป home.that ของฉัน's cool!

Assemble directory on กันยายน 7th, 2010, 00:13

คุณรู้ว่าทำไมฉันอยู่เสมอในสไตล์แฟชั่น? ทำให้ฉันมักจะสวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจและฉันรักเขามาก! ช้อปปิ้งออนไลน์ขณะนี้ได้ทำให้มันง่ายมากกว่าที่เคยได้รับอุปกรณ์ที่ชื่นชอบ ฉันต้องคลิกปุ่มเดียวหลายถูก แต่อุปกรณ์คุณภาพสูงจะถูกส่งไป home.that ของฉัน's cool!
+1

mini cooper s on กุมภาพันธ์ 2nd, 2011, 04:06

You made some decent points there. I looked on the internet for the issue and found most individuals will go along with with your website.

Post your comment comment