โรเบิร์ต แพททินสัน Robert Pattinson
จากนักดนตรีธรรมดาคนหนึ่ง บทบาทแวมไพร์หนุ่มในทไวไลท์ ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกความคาดหมาย

นาทีหนึ่ง โรเบิร์ต แพททินสัน ก็เป็นแค่นักดนตรีไม่มีงานทำ แต่อีกนาทีหนึ่งภาพยนตร์เรื่อง “ทไวไลท์” ก็ได้เหวี่ยงเขาขึ้นสู่การเป็นอันดับ 2 ของดาราชายค่าตัวสูงสุดในอังกฤษ จากความสำเร็จในบทแวมไพร์หนุ่ม แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเขาเองก็ยังกังวลว่าชื่อเสียงนั้นจะสร้างความน่ากลัวกลับมา หลังจากเรื่องนี้จบลง
เมื่อถามถึงความกดดันในชื่อเสียง เอ็มมา วัตสัน ผู้รับบท “เฮอร์ไมโอนี” ในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ กล่าวว่า เธอต้องขอบคุณที่ไม่ได้เป็น โรเบิร์ต แพททินสัน
“ฉันไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการได้เลยว่า การมีชื่อเสียงแบบนั้นจะเป็นอย่างไร หลายคนหวังให้เขาอยู่ในจุดนั้นและคิดว่าเขามีชีวิตที่ดี แต่จริงๆ แล้วมันมีราคาที่คุณต้องจ่ายอยู่เหมือนกัน อย่าเพิ่งตีความผิด สำหรับฉันมันก็ไม่เลวร้ายนักหรอก ฉันเองไม่ได้อยู่ในจุดที่ ร็อบ อยู่ ฉันไม่มีผู้คนที่มาคอยกรีดร้อง ร้องไห้ และคลั่งไคล้ฉันขนาดนั้น ซึ่งก็น่ายินดีมาก”
แต่ดูเหมือนว่า แพททินสัน จะก้าวข้ามมันไปได้ เขาทักทายบรรดาแฟนๆ ที่กรีดร้องด้วยเสน่ห์ อารมณ์ขัน และเต็มใจโพสต์ท่าให้ถ่ายภาพ ไม่มีเรื่องยาเสพติดหรือปัญหากับปาปาราซซี แม้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ คริสเตน สจ๊วต นางเอกจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันเมื่อ 2 ปีก่อนจะขึ้นปกนิตยสารซุบซิบไม่หยุดหย่อนก็ตาม นั่นก็แสดงถึงความเยือกเย็นของนักแสดงหนุ่มวัย 25 ปีคนนี้ได้
จากจุดเริ่มในอาชีพนี้ นาทีหนึ่งเขาเป็นแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก และทันใดนั้น “ทไวไลท์” ก็โผล่ออกมาดึงเขาออกจากหลืบมุมสู่ไฟสปอตไลท์ ผู้หญิงจากทุกทวีปคลั่งไคล้ในตัวเขาจนแทบบ้า ในปี 2010 นิตยสารไทม์ระบุว่า แพททินสัน เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก จนถึงตอนนี้ จุดสิ้นสุดมันก็ใกล้จะมาถึง
ถึง Breaking Dawn จะเป็นเล่มสุดท้ายของซีรีย์นี้แล้ว แต่ทางค่ายซัมมิท เอนเตอร์เทนเมนต์ ก็ยังคงหาหนทางดึงเงินออกจากกระเป๋าแฟนๆ ได้อีกด้วยวิธีการเดียวกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในการแบ่งภาคสุดท้ายออกเป็นสองตอน ตอนแรกจะเข้าฉายในเดือนนี้ และตอนที่ 2 จะเข้าฉายในปีหน้า โดยเนื้อเรื่องของ Breaking Dawn จะเป็นการแต่งงานของ เบลลา และเอ็ดเวิร์ด
“การรับบทใน ทไวไลท์ ก็เป็นหลักประกันอย่างดีให้ตัวเอง ผมมีเวลาสามหรือสี่เดือนระหว่างถ่ายทำแต่ละภาคในการทำงานอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็มี ทไวไลท์ ภาคอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งมันก็เป็นหลักประกันอย่างดีถึงเงินก้อนใหญ่ ดังนั้น มันก็ล้มเหลวกันได้เหมือนกัน”
หลังจากนั้น เขากลายเป็นอันดับ 2 ของนักแสดงชายที่รวยที่สุดในอังกฤษตามหลัง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ด้วยทรัพย์สินกว่า 32 ล้านปอนด์ เขายังเป็นเซ็กซ์ซิมโบลในระดับนานาชาติ ทั้งยังติดสอยห้อยตามอยู่ในรายชื่อนักแสดงหนุ่มอังกฤษแถวหน้าของฮอลลีวู้ดร่วมกับ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์, ทอม สเตอร์ริดจ์, เฮนรี คาวิลล์ และอเล็กซ์ เพ็ตตีเฟอร์
ถ้าหากจะมีใครที่ไม่ต้องกังวลถึงอนาคตข้างหน้าแล้ว หนึ่งในนั้นก็คงเป็น โรเบิร์ต แพททินสัน นี่แหละ
ก่อนนี้ แพททินสัน อาศัยอยู่กับเพื่อนที่ย่านโซโห และทำงานดนตรีที่เขาชอบ เขามีวงร็อกชื่อ Bad Girls และเดี่ยวอะคูสติกกีตาร์ด้วยชื่อ บ็อบบี้ ดูเพีย เมื่อเขามาที่ลอสแองเจลิส เพื่อถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด เขาดำเนินชีวิตไปโดยเล่นดนตรีในบาร์หรือไปถ่ายหนัง สเตฟานี ริทซ์ เอเยนต์ของเขาให้เขานอนบนโซฟา เขารู้สึกแย่ที่ ริทซ์ เป็นตัวแทนให้เขาถึง 3 ปี แต่กลับไม่เคยได้ไปออดิชัน แล้วบท “เอ็ดเวิร์ด คัลเลน” ก็เข้ามา ผู้กำกับ แคธรีน ฮาร์ดวิค พยายามอย่างหนักในการหานักแสดงมารับบทนี้ เธอลองทั้ง ออร์แลนโด บลูม และเฮย์เดน คริสเตียนเซน เธอชอบ เฮนรี คาวิลล์ แต่เขาก็ดูแก่เกินไป เธอออดิชันเด็กหนุ่มทั้งหมด 5,000 คนเพื่อรับบทนี้ ก่อนหน้าที่จะมาเจอ แพททินสัน
เขาบอกว่าตัวเองคาดหวังจะให้ “ทไวไลท์” เป็นหนังอินดี้สุดจริงจัง
“ผมไม่นึกเลยว่า มันจะกลายมาใหญ่โตขนาดนี้” และแน่นอน ดังขนาดนี้ก็ต้องมีคำวิจารณ์ตามมา (สตีเฟน คิง กล่าวว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์ มันเกี่ยวกับการเผชิญกับความกลัว ค้นหาความเข้มแข็ง และทำสิ่งที่ถูก ส่วน ทไวไลท์ คือการให้ความสำคัญกับการมีแฟน”) แต่ถึงอย่างนั้น บิลล์ คอนดอน ผู้กำกับ Breaking Dawn ก็อธิบายว่านักแสดงหนุ่มคนนี้ฉลาดมาก
“นั่นเป็นสิ่งแรกที่คุณจะนึกถึง เขาเป็นคนช่างคิดวิเคราะห์มาก และเขาเองก็เป็นคอหนังตัวยงเหมือนกัน เขาน่ะเหมือนคนที่อดใจไม่ได้ที่จะค้นหาสิ่งต่างๆ”
สำหรับงานในช่วงที่ผ่านมาของเขา ก็ดูจะมีตัวเลือกหลากหลาย เมื่อเดือนพฤษภาคม เขารับบทในภาพยนตร์ดรามาโรแมนติกเรื่อง Water for Elephants ปีถัดจากนั้น เขาปรากฏตัวในภาพยนตร์จากนิยายของ กีย์ เดอ โมปัสซัง เรื่อง Bel Ami ซึ่งร่วมแสดงกับ คริสตินา ริชชา, อูมา เธอร์แมน และคริสติน สก็อตต์ โทมัส และหลังจากนั้น เดวิด โครเนนเบิร์ก ก็ดึงตัวเขาไปร่วมงานในภาพยนตร์เรื่อง Cosmopolis ที่เล่าเรื่องเศรษฐีในแมนฮัตตันที่ต้องเสียทั้งเงินและเจ้าสาวไปในวันเดียว เขาอธิบายบทนี้ว่า “ทั้งบ้าและยาก” ร่วมทีมกับซาแมนธา มอร์ตัน, พอล จีอาแมตตี และจูเลียต บิโนช
“ผมคิดว่าเขาเลือกถูกแล้วนะ” วิค ก๊อดเฟรย์ โปรดิวเซอร์ทไวไลท์กล่าว “ลึกๆ เขาเองก็อยากได้รับสถานะที่เขาได้ตอนนี้ และหนังเหล่านั้นเองก็มีผู้กำกับระดับฮาร์ดคอร์รวมถึงวัตถุดิบที่ดีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ผมว่ามันบอกอะไรกับ ร็อบ ได้มากกว่าทไวไลท์เสียอีก เพราะเขาเองก็มาจากหนังที่มาจากหนังสือเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”
ขณะที่ดาราคนอื่นๆ ยึดเขาเป็นแรงบันดาลใจรวมถึงให้ความชื่นชมกับเขาในการจัดการความดังของดาราหนุ่ม “เขามาอยู่จุดนี้โดยไม่มีความคาดหวังหรือทัศนคติ” คริสตินา ริชชี่ บอกหลังจากเล่นหนังร่วมกันใน Bel Ami ตัวแพททินสันเองก็มักจะบอกว่า เขาชื่นชม ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และเคยถาม ดิคาปริโอ ถึงคำแนะนำในการอยู่ในวงการนี้นานๆ
“ถ้าเกิดวันหนึ่งผมตัดสินใจจะเลิกแสดง ผมคงจะเกลียดความคิดที่ปรามาสว่าไม่เคยทำอะไรนอกเหนือไปจาก ทไวไลท์ เลย”
นั่นคงเป็นเหตุผลให้นักแสดงหนุ่มคนนี้ค้นหาอะไรใหม่ๆ จากวงการภาพยนตร์และขยับไปสู่วงการดนตรีอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้นั่นเอง.


del.icio.us
No Comments
Post your comment